Show notes
วันที่ 5 : การเผชิญการทดลองก่อนพระเยซูจะทรงเริ่มทำพันธกิจ พระองค์ได้รับการดลใจจากพระวิญญาณบริสุทธิ์ให้เข้าไปในถิ่นทุรกันดารเป็นเวลาสี่สิบวัน พระองค์อยู่ในความเงียบสงบตามลำพังและมารได้มาทดลองพระองค์ ในพระธรรมมัทธิวบอกเราว่าพระเยซูทรงถูกทดลองสามครั้งเพื่อจะดึงพระองค์ออกจากพระประสงค์ของพระเจ้า ในหนังสือชื่อ “ในพระนามพระเยซู” Henri Nouwen พูดถึงการทดลองสามอย่างนี้ว่าจะเป็นการทดลองที่คริสเตียนจะพบเจอในชีวิตที่ติดตามและเดินไปกับพระเยซูการทดลองอย่างแรกคือการล่อลวงในความต้องการที่จะเป็นคนที่สำคัญเป็นคนที่คนอื่นต้องการ “ถ้าท่านเป็นพระบุตรของพระเจ้า จงสั่งก้อนหินเหล่านี้ให้กลายเป็นขนมปัง” (มัทธิว บ่อยครั้งในการรับใช้ เราอาจรู้สึกว่าสิ่งที่เราทำไม่ได้สร้างความเปลี่ยนแปลงในชีวิตผู้อื่นเลย ประกอบกับการที่เราอยากเป็นคนสำคัญ เราจึงขวนขวายที่จะตอบสนองความต้องการของมนุษย์ ซึ่งNouwen ท้าทายเราให้ระมัดระวังและตระหนักว่าการทดลองนี้โดยผิวเผินแล้วอาจจะดูเหมือนไม่มีพิษไม่มีภัยอะไร Nouwen บอกต่อไปว่าผู้นำในอนาคตจะต้องเป็นคนที่กล้าบอกกับตนเองว่า ตนนั้นไม่ได้สำคัญอะไรในโลกที่ชั่วคราวนี้ พวกเขาหรือเธอจะเป็นผู้ทำงานของพระเจ้าที่จะได้รับอนุญาติให้เข้าไปสู่ความลำพังเดียวดายและเต็มไปด้วยความเจ็บปวดรวดร้าว ที่อยู่ภายใต้ความเรืองรองของความสำเร็จและการนำแสงสว่างของพระเยซูออกไปการทดลองอย่างที่สองคือการเป็นคนที่ดูน่าตื่นเต้นโดดเด่น เป็นคนที่ฝูงชนจะชื่นชมและเคารพ “ถ้าท่านเป็นพระบุตรของพระเจ้า จงกระโดดลงไป เพราะพระคัมภีร์มีเขียนไว้ว่า พระเจ้าจะรับสั่งเรื่องท่านต่อบรรดาทูตสวรรค์ของพระองค์ และทูตสวรรค์จะเอามือประคองชูท่านไว้ ไม่ให้เท้าของท่านกระทบหิน” (มัทธิว การทดลองอย่างที่สามคือการทดลองของอำนาจ “อีกครั้งหนึ่งมารได้นำพระองค์ขึ้นไปบนภูเขาที่สูงมาก และได้แสดงบรรดาราชอาณาจักรในโลก ทั้งความรุ่งโรจน์ของราชอาณาจักรเหล่านั้นให้พระองค์ทอดพระเนตรคำราชาศัพท์หมายถึง มองดู แล้วได้ทูลต่อพระองค์ว่า “ถ้าท่านจะก้มลงนมัสการเรา เราจะให้สิ่งทั้งปวงเหล่านี้แก่ท่าน”” (มัทธิว อะไรทำให้การพลังแห่งล่อล่วงมันยั่วยวนจนเราปฏิเสธไม่ได้? บางทีพลังนี้อาจจะนำเสนอสิ่งทดแทนที่ได้มาง่ายดายกว่าการได้รับรางวัลจากงานที่หนักซึ่งคือความรัก ดูเหมือนจะเป็นการง่ายที่จะเป็นพระเจ้ามากกว่าที่จะรักพระเจ้า เป็นเรื่องง่ายที่จะควบคุมคนอื่นมากกว่ารักคนอื่น และเป็นการง่ายที่จะเป็นเจ้าของชีวิตมากกว่าที่จะรักชีวิตสิ่งหนึ่งที่แน่นอน คือการล่อลวงของความอยากจะมีอำนาจนั้นมีมากที่สุดตอนที่ขาดความใกล้ชิดระหว่างพี่น้อง ผู้นำคริสเตียนหลายๆคนไม่รู้จักวิธีการสร้างความสัมพันธ์ที่มีความใกล้ชิดและอบอุ่น และผู้นำเหล่านี้มักจะเลือกที่จะแสวงหาอำนาจและการควบคุมแทน ผู้นำคริสเตียนเหล่านี้เหมือนผู้สร้างจักรวรรดิ เขาไม่สามารถให้และรับความรักได้



