Show notes
วันที่ 3 : เรียนรู้ที่จะวางใจในพระเจ้าพวกเราหลายคนคงอยากให้อะไรๆเป็นไปตามใจของเรา พวกเราอยากจะให้สิ่งต่างๆเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและเป็นไปตามตารางที่เราวางแผนไว้ หลายครั้งเราก็มักจะรีบร้อนในการทำสิ่งต่างๆ นักจิตวิทยาคริสเตียนชื่อ Archibald Hart บอกว่าวัฒนธรรมของเราเป็นโรคชนิดหนึ่ง ชื่อว่า”โรคของความรีบเร่ง”John Ortburg บอกว่าว่าเราจะยอมซื้ออะไรก็ตามที่สัญญาว่าจะช่วยเร่งนู่นนี่ให้กับเรา น้ำยาสระผมที่ขายดีที่สุดในอเมริกา ที่ขายดีได้ก็เพราะมันผสมผสานน้ำยาสระผมและสบู่เข้าด้วยกัน ทำให้คนไม่ต้องเสียเวลาใช้น้ำยาสองขวดเขายังบอกอีกว่าเรากิน McDonald ไม่ใช่เพราะว่าเขาขายอาหารดีหรืออาหารถูกแต่เรากินเพราะมันเร็วทันใจ ถึงแม้ว่าจะมีร้านอาหารที่ได้คิดค้นและผลิตอาหารฟาสต์ฟู้ดออกมาแล้ว แต่เราก็ยังต้องเสียเวลาจอดรถ เดินเข้าไปในร้าน สั่งอาหาร แล้วก็รออาหารมาซึ่งก็ใช้เวลามากเช่นกัน ดังนั้น McDonald จึงคิดค้นการให้คนสั่งอาหารบนรถได้หรือที่เรียกว่า Drive Thru ทำให้ครอบครัวสามารถกินบนรถไปด้วยกันได้เวลาที่สิ่งต่างๆไม่เป็นตามใจเรา เรามักจะพยายามวุ่นวายอยู่กับการเปลี่ยนและปรับให้สิ่งต่างๆเป็นไปตามใจเรา บางครั้งเรามักจะกระวนกระวายและหงุดหงิด พอเรายุ่งอยู่กับการทำบางสิ่งบางอย่างเราก็มักจะรู้สึกว่าเดี๋ยวสิ่งต่างๆคงเป็นไปตามใจเราถ้าเราพยายามมากพอ และเรามันก็มักจะทำให้เราวนอยู่ในความผิดหวังซ้ำแล้วซ้ำเล่าการเข้าหาพระเจ้าในความเงียบสงบตามลำพังเป็นการเชื่อใจวางใจพระเจ้า เพราะเรากำลังให้พระองค์ทรงทำงานในเวลาและในวิธีที่พระองค์ทรงเห็นสมควร ดาวิดเขียนใน สดุดี“จิตใจของข้าพเจ้าสงบคอยพระเจ้าเท่านั้นความรอดของข้าพเจ้ามาจากพระองค์ พระองค์เท่านั้นทรงเป็นศิลาและความรอดของข้าพเจ้า ทรงเป็นป้อมปราการของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจะไม่หวั่นไหวเลย … จิตใจของข้าพเจ้าสงบคอยพระเจ้าเท่านั้น เพราะความหวังของข้าพเจ้ามาจากพระองค์ พระองค์เท่านั้นทรงเป็นศิลาและความรอดของข้าพเจ้า ทรงเป็นป้อมปราการของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจะไม่หวั่นไหว … ประชาชนเอ๋ย จงวางใจในพระองค์ตลอดเวลา จงระบายความในใจของท่านต่อพระองค์ พระเจ้าทรงเป็นที่ลี้ภัยของเรา”



